BEOGAMING

BEOGAMING : เส้นทางลูกหนังของเจ้าเหยินน้อย โรนัลดินโญ ( Ronaldo de Assis Moreira )

BEOGAMING

โรนัลดินโญ (Ronaldinh) เกิดเมื่อวันที่  21 มีนาคม ค.ศ. 1980 และเติบโตในย่านใกล้กับเมือง โปร์ตูอาเลกรี ในประเทศบราซิล

BEOGAMING : ปัจจุบันเขาอายุ 41 ปี ในวงการฟุตบอลเขาคือชายผู้ที่มีแต่คนรัก เพราะความรักที่มีต่อฟุตบอลจากใจจริงทำให้เขามักจะยิ้มแย้มเสมอเมื่ออยู่ในสนาม

เรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้เริ่มต้นเมื่อปี 1980 ที่เมือง Porto Alegre ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศบราซิล ในยุคสมัยที่สภาพสังคมไม่ค่อยสู้ดีนัก, การคอร์รัปชัน, อาชญากรรม, และ การแบ่งชนชั้นทางสังคม ครอบครัวของเขาเรียกได้ว่าอยู่ในชนชั้นกลาง มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 4 คนด้วยกัน คือพ่อ แม่ ตัวเขา และพี่ชายที่มีอายุมากกว่า 9 ปี ภายหลังคุณพ่อของเขาได้เสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจล้มเหลวฉับพลัน ส่งผลให้แม่ที่ทำอาชีพเป็นนางพยาบาลต้องเป็นคนหาเงินเข้าบ้านเพียงลำพัง แรงบันดาลใจที่ทำให้โรนัลดิญโญ่หันมาสนใจฟุตบอลนั้นมาจาก โรแบร์โต้ ผู้เป็นพี่ชายที่ภายหลังกลายเป็นเสาหลักของบ้าน เขาใช้สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ซึ่งก็คือ “ฟุตบอล” ในการหาเงินเลี้ยงครอบครัวโมเรย์ร่า BEO333

BEOGAMING : เส้นทางลูกหนังของเจ้าเหยินน้อย ( Ronaldinh )

จากคำแนะนำและการช่วยเหลือของพี่ชายผู้เป็นดั่งไอดอล เป็นโค้ชคอยสอนและให้คำแนะนำต่าง ๆ จากเด็กตัวน้อย ๆ ที่ชอบออกไปเล่นฟุตบอลตามข้างถนน สนามเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน หรือตามชายหาด ในวัย 7 ปี โรนัลดิญโญ่ก็เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพ เขาเซ็นสัญญาในการเป็นนักเตะเยาวชนครั้งแรกกับทีมสโมสร Grêmio ที่อยู่ในเมืองบ้านเกิด และเรื่องที่สร้างตำนานให้กับเขาก็คือในอีก 6 ปีต่อมา ด้วยวัย 13 ปี กับการลงแข่งขันกับทีมคู่แข่งในเมืองอย่าง Sport Clube Nacional ไป 23-0 และ โรนัลดิญโญ่คือคนที่ทำประตูทั้งหมดเพียงคนเดียว

ในปี 1997

ถือเป็นอีก 1 ก้าวสำคัญในชีวิตค้าแข้งของเจ้าเหยินน้อย เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิลในชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี และคว้าแชมป์โลกในชุดต่ำกว่า 17 ปี ไปครองได้สำเร็จ และหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในทัวร์นาเม้นท์นี้ก็คือ ‘เจ้าเหยินน้อย’ จากนั้นเขาก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่องทั้งการเล่นที่งดงาม การเฟิร์สทัชที่สุดยอด จนในที่สุด เอดิญโญ่ ผู้จัดการทีมของสโมสร Grêmio ตัดสินใจเรียกตัวขึ้นมาติดชุดใหญ่ในปี 1999 เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทำประตูไปได้ทั้งหมด 23 ลูก จากการลงเล่น 48 นัดในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกตามรอยของพี่ชาย ก่อนที่จะถูกยักษ์ใหญ่จากยุโรปอย่าง อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ให้ความสนใจ แต่ท้ายที่สุดเขากลับเลือกที่จะไปเริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งในยุโรปที่ฝรั่งเศสกับทีม ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ที่ ลีกเอิง ดูเหมือนจะเป็น “โรงเรียน” เสียมากกว่า โรนัญดิญโญ่ได้เรียนรู้ทุกอย่างเท่าที่จำเป็นเกี่ยวกับเรื่องชีวิตค้าแข้งอยู่นานหลายหลายปี

ในปี 2002

ทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์โลกไปครอง และโรนัลดิญโญ่ก็เป็นผู้ฝากประตูสุดสวยจากการยิงฟรีคิกข้ามหัวของ เดวิด ซีแมน ให้คนทั้งโลกได้จดจำ แม้ใคร ๆ จะบอกว่าลูกนั้นฟลุคแต่เขาก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิมว่า “ตัวเองตั้งใจยิง”

ในปี 2003

เขาได้ย้ายไปค้าแข้งให้กับทีม บาร์เซโลนา ที่ คัมป์นู ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดที่พวกเขาเคยจ่าย ณ ขณะนั้น ถือเป็นจุดสูงสุดของชีวิตค้าแข้งของเจ้าเหยินน้อยเลยก็ว่าได้ 2 แชมป์ลาลีกา 1 แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีคส์ กับรางวัลส่วนตัว ‘บัลลงดอร์’ หรือรางวัลลูกโลกทองคำ ที่นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกเท่านั้นจะได้ไปครอบครอง เท่านั้นยังไม่พอ เขายังเป็นนักฟุตบอลที่ถูกแฟนบอลทีมอริอย่าง เรอัลมาดริด ลุกขึ้นปรบมือ ‘สแตนดิ้ง โอเวชั่น’ ให้ในเกม ‘เอล กลาซิโก้’ เพราะเล่นได้อย่างประทับใจ แม้ว่าเกมนั้นเจ้าบ้านจะพ่ายไปถึง 3-0 ด้วยกัน

ในปี 2008

ทีมปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่ง ซีเรีย อา ได้ซื้อตัวเขาไป และไปคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2010-2011 ก่อนที่จะย้ายกลับบ้านเกิดที่บราซิลในปีหลังจากนั้น

เขาหยุดแล้ว…มันสิ้นสุดลงแล้ว

โรนัลดิญโญ่ยังคงเล่นฟุตบอลต่อเป็นเวลาหลายปี แต่เราก็ยังคงได้เห็นภาพของเขาอยู่เสมอตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือหน้าเว็บไซต์ข่าวฟุตบอล และภาพเหล่านั้นจะเต็มไปด้วยใบหน้าของชายผู้ยิ้มแย้มในชุดเสื้อผ้ากีฬาฟุตบอล จากวันนั้น จนถึงวันนี้ทุกอย่างได้จบลงแล้ว โรแบร์โต้ ผู้เป็นพี่ชายได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “เขาหยุดแล้ว…มันสิ้นสุดลงแล้ว”  โรนัลโด้ เดอ แอสซิส โมเรร่า ได้ตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 37 ปี

แม้ว่าในวันนี้เขาจะไม่ได้กลับมาโลดแล่นอยู่ในวงการค้าแข้งก็ตาม แต่ภาพบรรยากาศ ความทรงจำ รอยยิ้ม ความสามารถต่าง ๆ ของชายหนุ่มคนนี้จะยังคงตราตรึงอยู่ในใจแฟนบอลตลอดไป ไม่มีวันลืมเลือน

ขอขอบคุณบทความดีดีจาก : BEOGAMING

นำเสนอบทความโดย : thejillofalltradesblog.com